
ในหน้านี้
- เริ่มจากคำถาม ไม่ใช่จากยี่ห้อ
- โครงสร้าง: ให้ขนาดเป็นตัวกำหนด
- สายและตู้แร็ก: ส่วนที่เปลี่ยนทีหลังยากที่สุด
- แยก VLAN และทำแผน IP เป็นเอกสาร
- Wi-Fi ตามจำนวนคน ไม่ใช่ตามตารางเมตร
- Firewall และอินเทอร์เน็ต
- ไฟฟ้าและความร้อน
- ก่อนอนุมัติแบบ ให้เช็ก
- สิ่งที่เราเจอบ่อยเมื่อเข้าไปแก้งาน
- ไม่จำเป็นต้องลงทุนทั้งหมดในปีเดียว
- ความเห็นของเราสำหรับองค์กรในลาว
- เริ่มจากแผนผังชั้น
เครือข่ายสำนักงานส่วนใหญ่ที่เราเข้าไปแก้ไม่ได้ถูกออกแบบ มัน "โต" ขึ้นมาเอง เริ่มจากเราเตอร์ของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ต่อสวิตช์ราคาถูกหนึ่งตัว แล้วอีกตัวใต้โต๊ะบัญชี แล้ว Wi-Fi Router จากตลาดอีกสองสามตัว สามปีต่อมาไม่มีใครรู้ว่าสายเส้นไหนไปไหน และเน็ตช้าทุกบ่าย
การออกแบบจริงๆ ใช้เวลาไม่กี่วัน แต่เป็นตัวกำหนดว่าเครือข่ายจะใช้งานดีไป 7–10 ปี หรือต้องแก้ทุกปี นี่คือลำดับที่เราใช้
เริ่มจากคำถาม ไม่ใช่จากยี่ห้อ
ก่อนเปิด Datasheet ใดๆ เราถามลูกค้าเรื่องเหล่านี้:
- พนักงานกี่คน และคาดว่าจะเป็นกี่คนใน 3–5 ปี
- อุปกรณ์ต่อคน: คอม มือถือ แท็บเล็ต โดยทั่วไป 2–3 เครื่อง
- มีระบบอื่นที่ใช้เครือข่ายไหม: กล้อง IP, โทรศัพท์ IP, เครื่องสแกนนิ้ว/ใบหน้า, เครื่องพิมพ์
- แอปที่ขาดไม่ได้: ERP, ระบบบัญชี, Microsoft 365 หรือ Google Workspace, ประชุมออนไลน์
- มีสาขาตามแขวงไหม มีคนทำงานจากบ้านไหม
- อาคารเป็นของตัวเองหรือเช่า ถ้าเช่า เจ้าของอนุญาตให้เจาะผนังและเดินท่อไหม
คำถามสุดท้ายฟังดูเล็ก แต่เปลี่ยนแบบได้ทั้งหมด อาคารเช่าในเวียงจันทน์หลายแห่งไม่ให้เจาะ เราต้องใช้รางเดินสายแทน
โครงสร้าง: ให้ขนาดเป็นตัวกำหนด
| ขนาดสำนักงาน | โครงสร้างที่เราแนะนำ |
|---|---|
| ต่ำกว่า 50 คน ชั้นเดียว | Collapsed core: Firewall + สวิตช์ตัวเดียว (หรือสองตัว Stack) ในตู้เดียว |
| 50–300 คน หลายชั้น | Core Switch Layer 3 ที่ห้องเซิร์ฟเวอร์ + Access Switch ทุกชั้น Uplink ด้วยไฟเบอร์ |
| หลายอาคาร / โรงงาน | Core สำรอง 2 ตัว + Distribution แต่ละอาคาร + Fiber Backbone |
สำนักงานต่ำกว่า 50 คน เราไม่แนะนำให้ซื้อ Core Switch แยก เอางบส่วนนั้นไปลง UPS ที่ดีกว่าหรืออินเทอร์เน็ตเส้นที่สอง จะเห็นผลมากกว่า
ตัวอย่างการคำนวณ: 120 คน สามชั้น
แต่ละชั้นมีพนักงาน 40 คน ต่อชั้นเรานับจุดสายที่โต๊ะ 40 จุด บวกสำรอง 20% (8 จุด) AP Wi-Fi 4 ตัว กล้อง 3 ตัว เครื่องพิมพ์ 2 เครื่อง และจอห้องประชุม 1 จอ รวมประมาณ 58 พอร์ต เท่ากับ Access Switch 48 พอร์ตสองตัวต่อชั้น แบบ Stack หรือบริหารเป็นตัวเดียว มี Uplink ไฟเบอร์สองเส้นไปยัง Core ถ้าชั้นนั้นมีโทรศัพท์ IP 20 เครื่อง (ประมาณ 5 W ต่อเครื่อง) AP 4 ตัว (ประมาณ 20 W ต่อตัว) และกล้อง 3 ตัว (ประมาณ 8 W ต่อตัว) โหลด PoE จะอยู่ราว 100 + 80 + 24 = 204 W ให้ตรวจงบ PoE รวมของสวิตช์ ไม่ใช่แค่ดูว่าแต่ละพอร์ตรองรับ PoE หรือไม่ เครื่องมือคำนวณงบ PoE คำนวณให้ทีละสวิตช์ ในห้องเซิร์ฟเวอร์ Core Layer 3 ต้องมีพอร์ตไฟเบอร์ 10 GbE อย่างน้อยหกพอร์ตสำหรับสามชั้น บวกพอร์ตสำหรับเซิร์ฟเวอร์ Firewall และการขยาย
สายและตู้แร็ก: ส่วนที่เปลี่ยนทีหลังยากที่สุด
- Cat6 เป็นขั้นต่ำ ระยะ Channel ไม่เกิน 100 m (Permanent Link 90 m + สาย Patch รวม 10 m)
- จุดที่จะต่อ AP Wi-Fi 6/6E/7 ที่มีพอร์ต 2.5G ขึ้นไป ควรพิจารณา Cat6A โดยเฉพาะถ้าต้องการรองรับ 5G หรือ 10G ในอนาคต
- ระหว่างชั้นหรือระหว่างอาคารใช้ไฟเบอร์
- เผื่อจุด LAN สำรอง 20–30% จุดที่เดินไว้ตอนตกแต่งถูกกว่าจุดที่เพิ่มทีหลังหลายเท่า
- ติดป้ายทั้งสองปลายสาย และทดสอบด้วยเครื่อง Certify ไม่ใช่แค่ดูไฟวิ่งในเครื่องเทสราคาถูก
แยก VLAN และทำแผน IP เป็นเอกสาร
แยกเครือข่ายตามหน้าที่: พนักงาน เซิร์ฟเวอร์ กล้อง CCTV โทรศัพท์ IP Wi-Fi แขก และ Management ของอุปกรณ์ แต่ละ VLAN มี Subnet ของตัวเองและบันทึกเป็นเอกสาร การสื่อสารข้าม VLAN ควบคุมด้วย Policy ของ Firewall หรือ ACL ไม่ใช่เปิดให้คุยกันหมด
เหตุผลที่จับต้องได้: ถ้าคอมเครื่องหนึ่งติด Ransomware มันไม่ควรมองเห็น NVR หรือเซิร์ฟเวอร์บัญชีได้โดยตรง
แผนเริ่มต้นสำหรับสำนักงาน 120 คนนั้น อาจเป็นแบบนี้
| VLAN | ใช้สำหรับ | ขนาด Subnet | ทำไมขนาดนี้ |
|---|---|---|---|
| 10 | พนักงาน ทั้งสายและ Wi-Fi | /23 (510 แอดเดรส) | 120 คน × 2–3 อุปกรณ์ บวกการขยาย |
| 20 | เซิร์ฟเวอร์ | /26 | แอดเดรสคงที่ บันทึกเป็นเอกสารทีละเครื่อง |
| 30 | โทรศัพท์ IP | /25 | หนึ่งเครื่องต่อโต๊ะ บวกสำรอง |
| 40 | CCTV และ NVR | /25 | ไม่ให้ออกอินเทอร์เน็ตเลย |
| 50 | Wi-Fi แขก | /23 | อินเทอร์เน็ตอย่างเดียว Client Isolation |
| 99 | บริหารสวิตช์และ AP | /27 | เฉพาะทีม IT |
คู่มือพื้นฐาน VLAN ของเราอธิบายวิธีควบคุม Traffic ระหว่าง VLAN เหล่านี้
Wi-Fi ตามจำนวนคน ไม่ใช่ตามตารางเมตร
ห้องประชุม 30 ที่นั่งต้องใช้ AP มากกว่าห้องเก็บเอกสารที่กว้างกว่าสามเท่า ทำ Site Survey ก่อนเจาะติดตั้ง และใช้ AP ที่บริหารจากศูนย์กลาง (Controller หรือ Cloud) ถ้าอยากได้ตัวเลขคร่าวๆ ลองใช้ เครื่องมือประเมินจำนวน AP
Firewall และอินเทอร์เน็ต
ใช้ Next-Generation Firewall ที่มี IPS, Web Filtering และ VPN เวลาเลือกขนาดให้ดู Throughput ตอนเปิดฟีเจอร์ความปลอดภัยครบ (มักเขียนว่า Threat Protection หรือ NGFW Throughput) ตัวเลข Firewall Throughput ตัวใหญ่หน้า Datasheet วัดแบบไม่ตรวจอะไรเลย และอาจสูงกว่าใช้งานจริง 5–10 เท่า
อินเทอร์เน็ตสองวงจรจากผู้ให้บริการต่างราย คุ้มสำหรับเกือบทุกสำนักงานที่ใช้ Cloud แต่ต้องเช็กให้แน่ใจว่าสองเส้นไม่ได้มาทางเสาต้นเดียวกัน
รายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ในคู่มือ เลือก Firewall ให้ถูกขนาด และ อินเทอร์เน็ตสองสาย
ไฟฟ้าและความร้อน
ไฟตกไฟดับเป็นเรื่องปกติในหลายพื้นที่ของลาว โดยเฉพาะช่วงเย็นที่ใช้ไฟสูง ตู้ Core ควรอยู่บน UPS แบบ Online (Double-Conversion) เวลาคิดขนาด UPS ต้องรวมไฟ PoE ที่สวิตช์จ่ายให้กล้องและ AP ด้วย ห้องเซิร์ฟเวอร์ต้องมีแอร์ และถ้าเป็นไปได้ใช้แอร์สองตัวสลับกัน แอร์ตัวเดียวที่เสียในเดือนเมษา ทำให้ห้องร้อนเกิน 40°C ได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง
ตัวอย่างการคำนวณ: UPS สำหรับตู้ Core
ตู้ Core มี Firewall, Core Switch, เซิร์ฟเวอร์สองเครื่อง และ NAS ใช้ไฟประมาณ 900 W บวกสวิตช์ของชั้นที่อยู่ในตู้เดียวกันซึ่งจ่าย PoE 204 W รวมโหลดจริงราว 1.1 kW UPS แบบ Online ขนาด 3 kVA จะรับโหลดต่ำกว่า 50% อยู่มาก มีที่ให้ขยาย และสำรองไฟได้นานขึ้นจากแบตเตอรี่ชุดเดิม ถ้าต้องการ 30 นาทีแทน 10 นาที ต้องเพิ่มชุดแบตเตอรี่ คำนวณตัวเลขได้ที่ เครื่องมือคำนวณเวลาสำรองไฟ UPS และ คู่มือเลือกขนาด UPS
ก่อนอนุมัติแบบ ให้เช็ก
- มีแผนผังเครือข่ายทั้ง Logical และ Physical
- มีเอกสารแผน VLAN/IP
- คำนวณ PoE Budget แล้ว
- กำหนด Uplink และจุดที่มี Redundancy
- มีแผน UPS และเวลาสำรองไฟที่ต้องการ
- มีระบบ Monitoring และสำรอง Config
- มีผลทดสอบสายทุกจุด ส่งมอบพร้อมแบบ
- รหัสผ่าน Admin เก็บในระบบเก็บรหัสผ่านของบริษัท ไม่ใช่อยู่กับผู้ติดตั้ง
สิ่งที่เราเจอบ่อยเมื่อเข้าไปแก้งาน
ทุกอย่างอยู่ใน VLAN เดียว กล้อง 40 ตัวปนกับคอมพนักงาน Unmanaged Switch ต่อกันเป็นทอดๆ และมี Loop ที่ไม่มีใครรู้ AP ติดตรงที่เจาะง่าย ไม่ใช่ตรงที่คนนั่ง สวิตช์ PoE ที่เลี้ยงกล้องไม่มี UPS และที่เจอบ่อยที่สุด: ไม่มีเอกสารอะไรเลย ช่างคนเดิมลาออก รหัสผ่านก็ออกไปด้วย
ไม่จำเป็นต้องลงทุนทั้งหมดในปีเดียว
| เฟส | สิ่งที่ลงทุน | เหตุผล |
|---|---|---|
| เฟส 1 | ระบบสาย ตู้แร็ก UPS Firewall Core Switch | เป็นรากฐาน เปลี่ยนทีหลังยาก |
| เฟส 2 | Access Switch, Wi-Fi, การแบ่ง VLAN | ขยายตามจำนวนผู้ใช้ |
| เฟส 3 | อินเทอร์เน็ตสำรอง Monitoring NAC | เพิ่มความเสถียรและความปลอดภัย |
เวลาเทียบใบเสนอราคา ให้คิดต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน (TCO): ค่าไลเซนส์รายปี การรับประกัน สัญญาบำรุงรักษา และค่าไฟ สวิตช์ราคาถูกที่ไม่มี Firmware อัปเดตและไม่มีอะไหล่ มักแพงกว่าในห้าปี
ความเห็นของเราสำหรับองค์กรในลาว
เลือกยี่ห้อที่มีอะไหล่และการรับประกันผ่านตัวแทนในไทย เครื่องเสียที่ต้องส่งกลับประเทศผู้ผลิตอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ แต่จากไทยส่วนใหญ่ข้ามมาได้ในไม่กี่วันบวกเวลาศุลกากร ถ้ามีสาขาตามแขวง ระบบบริหารแบบ Cloud ช่วยลดการเดินทางของช่างได้มาก และทำเอกสารเป็นลาว-อังกฤษ ให้ทีม IT ภายในอ่านและใช้ได้จริง
พายุฝนฟ้าคะนองในหน้าฝนทำลายสายทองแดงได้ง่าย ให้ใช้ไฟเบอร์แทนสายทองแดงระหว่างอาคาร เพราะแก้วไม่นำกระแสฟ้าผ่าจากระบบกราวด์ของอาคารหนึ่งไปอีกอาคาร และติดอุปกรณ์กันไฟกระชากในสายที่ไปยังกล้องและ AP นอกอาคาร ไฟกระชากที่วิ่งมาตามสายกล้องอาจทำลายสวิตช์ PoE และทุกอุปกรณ์ที่ต่ออยู่
เริ่มจากแผนผังชั้น
ส่งแผนผังชั้น (รูปถ่ายหรือ PDF ก็ได้) พร้อมจำนวนพนักงานมาให้เรา เราจะมาร์กจุดตู้แร็ก เส้นทางสาย และตำแหน่ง AP เบื้องต้น ก่อนนัดเข้าสำรวจหน้างาน
- #lan
- #network design
- #office
- #vlan
- #cabling
- #firewall
- #ups