
ในหน้านี้
- ตัวเลขที่ต้องรู้
- Cat6: สายสำหรับโต๊ะทำงาน
- Cat6A: สำหรับ Access Point และจุดที่อยากเผื่อ
- UTP หรือสายมี Shield?
- ไฟเบอร์: Backbone และทุกอย่างที่ข้ามอาคาร
- ตัวอย่าง: สำนักงาน 3 ชั้นพร้อมโกดัง
- สายไหน ไปจุดไหน
- PoE กับความร้อนในมัดสาย
- สิ่งที่เราเจอในงานที่ต้องแก้
- ตรวจรับงานสายอย่างไร
- สรุปแบบที่เราจะทำ
- กำลังจะตกแต่งอาคารใหม่?
สวิตช์และ AP จะถูกเปลี่ยนทุก 5–7 ปี แต่สายในผนังและบนฝ้าอยู่ได้ 15 ปีหรือนานกว่า คำถามที่ถูกจึงไม่ใช่ "วันนี้ใช้อะไรพอ" แต่เป็น "อีกสิบปี อะไรจะมาเสียบปลายสายเส้นนี้"
การรื้อฝ้าสำนักงานที่ใช้งานอยู่เพื่อเดินสายใหม่ แพงกว่าค่าสายเองหลายเท่า ทั้งค่าแรง ฝ้าที่แตก พนักงานที่ทำงานไม่ได้ และเจ้าของตึกที่ไม่ยอมให้เจาะอีก สายคือส่วนที่ถูกที่สุดของระบบเครือข่าย แต่แก้ยากที่สุด
ตัวเลขที่ต้องรู้
| ประเภทสาย | ความถี่ | ความเร็วตามมาตรฐาน | ระยะ |
|---|---|---|---|
| Cat5e | 100 MHz | 1 Gbps และ 2.5 Gbps (2.5GBASE-T) | 100 m |
| Cat6 | 250 MHz | 1/2.5/5 Gbps ที่ 100 m; 10 Gbps รับประกันแค่ 37 m ได้ถึง 55 m ถ้าผ่านการทดสอบ Alien Crosstalk | 100 m |
| Cat6A | 500 MHz | 10 Gbps เต็ม 100 m | 100 m |
| Cat8 | 2,000 MHz | 25/40 Gbps (25GBASE-T, 40GBASE-T) | 30 m ใช้ในห้องเซิร์ฟเวอร์เท่านั้น |
| ไฟเบอร์ Multimode OM3 / OM4 | — | 10 Gbps (10GBASE-SR) | 300 m / 400 m |
| ไฟเบอร์ Single-mode OS2 | — | 10 Gbps ขึ้นไป | 10 km (10GBASE-LR) ไกลกว่านั้นด้วย Optic รุ่น ER/ZR |
100 m คือความยาว Channel ทั้งหมด: Permanent Link ในผนังไม่เกิน 90 m บวกสาย Patch สองฝั่งรวมไม่เกิน 10 m ช่างหลายคนลืมส่วน Patch แล้วเดินสายในผนังยาว 98 m ลิงก์แบบนี้อาจขึ้นไฟ แต่จะไม่ผ่านการ Certify และมักมีปัญหาเมื่อจ่าย PoE
Cat7 ไม่อยู่ในตาราง เพราะมาตรฐานอเมริกัน (TIA) ไม่รับรอง และมาตรฐาน ISO กำหนดหัวต่อที่ไม่ใช่ RJ45 สาย "Cat7" ที่ขายทั่วไปพร้อมหัว RJ45 จึงไม่ได้ดีกว่า Cat6A ที่ติดตั้งถูกต้อง
Cat6: สายสำหรับโต๊ะทำงาน
สายเล็ก เดินง่าย ราคาสมเหตุสมผล พอสำหรับคอม โทรศัพท์ IP กล้อง CCTV และเครื่องพิมพ์ โต๊ะทำงานทั่วไปในลาวอีกสิบปีก็ยังไม่น่าจะต้องการเกิน 1 Gbps และถ้าต้องการจริง Cat6 ก็รองรับ 2.5 และ 5 Gbps เต็ม 100 m อยู่แล้ว
กล้อง IP ส่วนใหญ่กินไฟ PoE แค่ 5–15 W และส่งภาพไม่ถึง 20 Mbps Cat6 จึงพอดี จ่ายเพิ่มเป็น Cat6A สำหรับกล้องไม่คุ้ม ยกเว้นกล้อง PTZ ที่มีฮีตเตอร์หรือไฟอินฟราเรดแรงซึ่งใช้ PoE กำลังสูง
Cat6A: สำหรับ Access Point และจุดที่อยากเผื่อ
เราแนะนำ Cat6A สำหรับสายที่ไปหา AP ทุกตัวในงานใหม่ เพราะ:
- รองรับ 10 Gbps เต็ม 100 m AP Wi-Fi 7 รุ่นใหม่มีพอร์ต 2.5G, 5G หรือ 10G แล้ว
- ทน Alien Crosstalk (สัญญาณรบกวนจากสายข้างเคียงในมัดเดียวกัน) ได้ดีกว่า
- รับ PoE กำลังสูง (802.3bt สูงสุด 90 W ที่สวิตช์) ได้ดีกว่า เพราะลวดใหญ่ ความต้านทานต่ำ และร้อนน้อยกว่าเมื่อมัดรวมกันหลายเส้น
ข้อเสียก็มีจริง สาย Cat6 UTP มีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 6 mm ส่วน Cat6A มักอยู่ระหว่าง 7 ถึง 8.5 mm ฟังดูไม่มาก แต่พื้นที่หน้าตัดเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ท่อและรางที่เคยใส่ Cat6 ได้ 40 เส้น จะใส่ Cat6A ได้ราวครึ่งเดียว รัศมีการโค้งขั้นต่ำประมาณ 4 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางสาย และการเข้าหัวแจ็กต้องใช้ช่างที่เคยทำจริง อาคารเก่าที่ฝ้าต่ำบางแห่งเดิน Cat6A ไม่ได้เลย
UTP หรือสายมี Shield?
สำนักงานส่วนใหญ่เราใช้ UTP สายมี Shield (F/UTP หรือ S/FTP) จะดีกว่าก็ต่อเมื่อ Shield ต่อลงดินถูกต้องตลอดทั้งเส้น ตั้งแต่แจ็ก Patch Panel ไปจนถึงแร็กและระบบกราวด์ของอาคาร อาคารเก่าหลายแห่งในลาวมีระบบกราวด์อ่อนหรือไม่มีเลย Shield ที่ต่อกราวด์ไม่ดีจะกลายเป็นเสาอากาศและรับสัญญาณรบกวนมากกว่า UTP เราจะใช้ Shield เฉพาะในโรงงานหรือใกล้มอเตอร์และ Inverter ใหญ่ ที่ตรวจระบบกราวด์แล้ว
ไฟเบอร์: Backbone และทุกอย่างที่ข้ามอาคาร
ใช้ไฟเบอร์เมื่อระยะเกิน 100 m เมื่อเชื่อมระหว่างชั้น (Uplink) และ ทุกครั้ง ที่เชื่อมระหว่างสองอาคาร
ข้อสุดท้ายสำคัญที่สุดในลาว ไฟเบอร์ไม่นำไฟฟ้า สายทองแดงที่ลากข้ามอาคารจะนำไฟจากฟ้าผ่าและความต่างศักย์ระหว่างระบบกราวด์สองชุดเข้ามาในสวิตช์ หน้าฝนเราเห็นพอร์ตสวิตช์ไหม้ทั้งสองฝั่งจากสาเหตุนี้บ่อยมาก ไฟเบอร์ยังไม่ถูกรบกวนจากมอเตอร์ ตู้เชื่อม และ Inverter ในโรงงานหรือเหมือง
- Multimode (OM3/OM4): ภายในอาคาร ระยะไม่เกินสองสามร้อยเมตร OM5 มีอยู่ แต่สำหรับสำนักงานและโรงงานเราไม่เห็นเหตุผลที่ต้องจ่ายเพิ่ม
- Single-mode (OS2): ระหว่างอาคารและระยะไกล ราคา Optic แบบ Single-mode ลดลงมากแล้ว เราจึงมักใช้ OS2 แม้ระยะสั้น เพื่อไม่ต้องสต็อกอะไหล่สองแบบ
สายไฟเบอร์กลางแจ้งต้องเป็นแบบ Outdoor ที่มี Loose Tube กันน้ำ ถ้าฝังดินใช้แบบ Armored หรือร้อยท่อ HDPE เพราะหนูและกระรอกกัดสายเป็นปัญหาจริงในต่างแขวง ถ้าแขวนเสาใช้สาย ADSS หรือสายที่มีลวดสลิง (Figure-8) แทนการมัดไฟเบอร์ภายในอาคารกับลวด
ตัวอย่าง: สำนักงาน 3 ชั้นพร้อมโกดัง
สมมุติอาคาร 3 ชั้น มี 60 โต๊ะ 12 AP กล้องในอาคาร 16 ตัว และโกดังอยู่ห่างไป 140 m
- ตรวจระยะก่อน ตั้งแร็กกลางอาคารแล้ววัดตามเส้นทางรางจริง ไม่ใช่เส้นตรง จุดไกลสุด 82 m ยังต่ำกว่า 90 m ถ้าเกินต้องเพิ่มตู้สวิตช์ชั้นนั้น
- แบ่งประเภทสาย โต๊ะ 60 จุดและกล้อง 16 จุดใช้ Cat6 (76 จุด) AP 12 จุดใช้ Cat6A
- คิดปริมาณ ระยะเฉลี่ย 45 m บวก 10% สำหรับสายเผื่อและการสูญเสีย: 76 × 45 × 1.1 ≈ 3,760 m หรือ 13 กล่อง (กล่องละ 305 m) Cat6A: 12 × 50 × 1.1 = 660 m หรือ 3 กล่อง
- Uplink ระหว่างชั้น ถ้ามีสวิตช์แต่ละชั้น ใช้ไฟเบอร์ OS2 อย่างน้อย 4 core ต่อชั้น ใช้ 2 เหลือ 2 สำรอง
- โกดัง 140 m เกินระยะสายทองแดงและอยู่ข้ามอาคาร ใช้ไฟเบอร์ OS2 Outdoor 6 core ร้อยท่อฝังดิน และสวิตช์ที่มีพอร์ต SFP ทั้งสองฝั่ง
ค่า core สำรองถูกที่สุดในวันที่เดินสาย ถ้า core ไหนหักในอนาคต แค่ย้าย Patch ไม่ต้องขุดดินใหม่
สายไหน ไปจุดไหน
| จุดใช้งาน | สายที่เราแนะนำ |
|---|---|
| โต๊ะทำงาน | Cat6 |
| Access Point Wi-Fi 6E/7 | Cat6A |
| กล้อง CCTV ในอาคาร | Cat6 |
| กล้อง PTZ กำลังสูง | Cat6A |
| Uplink ระหว่างชั้น | ไฟเบอร์ OM4 หรือ OS2 |
| ระหว่างอาคาร / โรงงาน / เหมือง | ไฟเบอร์ OS2 แบบ Outdoor (Armored หรือร้อยท่อถ้าฝังดิน) |
| ห้องเซิร์ฟเวอร์ (Server ถึง Switch) | Cat6A, DAC หรือไฟเบอร์; Cat8 เฉพาะเมื่อมีสวิตช์ 25G/40G BASE-T |
PoE กับความร้อนในมัดสาย
สายที่จ่าย PoE จะร้อนขึ้น และสายที่อยู่กลางมัดใหญ่จะร้อนที่สุด เมื่อสายร้อน Insertion Loss ก็เพิ่มขึ้นและระยะที่ใช้ได้จริงก็สั้นลง บนฝ้าใต้หลังคาเมทัลชีทในลาว อุณหภูมิช่วงบ่ายเกิน 45°C ได้ง่าย คำแนะนำง่ายๆ ของเรา: อย่ามัดสาย PoE กำลังสูงเป็นมัดใหญ่ในท่อปิด แยกเป็นมัดเล็กในรางเปิด และใช้ Cat6A กับสายที่จ่ายไฟเกิน 30 W ถ้าต้องการคิดกำลัง PoE รวมของสวิตช์ ใช้ เครื่องคำนวณ PoE และอ่าน คู่มือ PoE budget
สิ่งที่เราเจอในงานที่ต้องแก้
สาย CCA (อะลูมิเนียมเคลือบทองแดง) ที่ขายเป็น "Cat6" ในราคาถูกผิดปกติ คือปัญหาที่เจอมากที่สุด ไม่ผ่านมาตรฐาน หักง่าย และร้อนเมื่อจ่าย PoE วิธีเช็กง่ายๆ: ขูดลวดดู ถ้าข้างในเป็นสีเงินคือ CCA
อย่างอื่นที่เจอบ่อย:
- สาย UTP สำหรับในอาคารถูกเอาไปเดินกลางแจ้ง แดดและความชื้นทำให้เปลือกแตกภายในปีหรือสองปี
- สายทองแดงลากข้ามอาคาร (ดูเรื่องฟ้าผ่าด้านบน)
- ใช้แจ็กและ Patch Panel ของ Cat6 กับสาย Cat6A ระบบทั้งหมดจะได้ประสิทธิภาพเท่าจุดที่อ่อนที่สุด
- สายไฟฟ้ากับสาย LAN อยู่ในรางเดียวกันโดยไม่มีแผ่นกั้น
- รัดเคเบิลไทร์แน่นจนเปลือกบุบ ใช้ตีนตุ๊กแก (Velcro) แทน
- ไม่มีป้าย หรือป้ายไม่ตรงกับแบบ อ่านเพิ่มใน คู่มือแร็กและการติดป้าย
- ไม่ Certify หลังติดตั้ง
ตรวจรับงานสายอย่างไร
สายที่ "ใช้ได้" ไม่ได้แปลว่าผ่านมาตรฐาน สายที่ลิงก์ขึ้น 1 Gbps วันนี้ อาจไม่ขึ้น 2.5G เมื่อเปลี่ยน AP
สายทองแดง: ทดสอบด้วยเครื่อง Certification ตาม Category ที่ออกแบบ (ไม่ใช่เครื่องเช็กไฟกระพริบ) ต้องมีค่า Wire Map ความยาว Insertion Loss, NEXT และ Return Loss
ไฟเบอร์: วัด Insertion Loss ด้วย Light Source และ Power Meter และใช้ OTDR สำหรับเส้นทางไกลหรือระหว่างอาคาร ก่อนวัดให้คิด Loss Budget ไว้ก่อน ตัวอย่าง: OS2 กลางแจ้ง 600 m ที่ 0.5 dB/km = 0.3 dB หัวต่อ 2 คู่ × 0.75 dB = 1.5 dB จุดต่อเชื่อม (splice) 2 จุด × 0.3 dB = 0.6 dB รวมสูงสุดที่ยอมรับได้ราว 2.4 dB ค่าที่วัดได้จริงควรต่ำกว่านี้ ถ้าเกิน มักเป็นหัวต่อสกปรกหรือสายโค้งแรง
ส่องหัวไฟเบอร์ด้วยกล้องตรวจและทำความสะอาดทุกครั้งก่อนเสียบ ฝุ่นคือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของปัญหาไฟเบอร์ และในเหมืองหรือไซต์ก่อสร้าง ฝุ่นมีทุกที่
ขอรายงาน PDF ของทุกเส้น โดยใช้รหัสป้ายเดียวกับแผนผัง เอกสารนี้คือสิ่งที่ผู้ผลิตสายขอก่อนให้การรับประกันระบบ ถ้าผู้ติดตั้งให้ไม่ได้ ถือว่างานยังไม่เสร็จ
สรุปแบบที่เราจะทำ
สำนักงานทั่วไป: Cat6 ไปโต๊ะ Cat6A ไป AP ไฟเบอร์เป็น Backbone เหมืองและโรงงาน: ไฟเบอร์ระหว่างอาคารเสมอ พร้อมตู้และขั้วต่อกันฝุ่นกันน้ำ สายทองแดงแท้จากยี่ห้อที่รู้จัก สั่งผ่านตัวแทนในไทยได้ และมีเอกสารรับประกันระบบ รายละเอียดงานออกแบบและติดตั้งดูได้ที่ ระบบสาย Structured Cabling
กำลังจะตกแต่งอาคารใหม่?
บอกเราก่อนช่างฝ้าปิดเพดาน ส่งแบบชั้นและจำนวนจุดที่ต้องการมา เราจะเสนอประเภทสายต่อจุด เส้นทางราง และขนาดท่อ ก่อนที่จะสายเกินไป
- #cabling
- #cat6
- #cat6a
- #fiber
- #structured cabling
- #backbone