
ในหน้านี้
- สายเดียวทำให้เสียเวลาเท่าไรจริงๆ
- สามวิธีใช้สองวงจร
- สองวงจรที่ล่มพร้อมกัน ไม่ใช่สองวงจร
- อุปกรณ์ที่ต้องมี
- สายสำรองต้องใหญ่แค่ไหน? ตัวอย่างที่คิดให้ดู
- "อัตโนมัติ" เร็วแค่ไหน?
- เรื่องที่ต้องวางแผนเพิ่ม
- ข้อผิดพลาดที่เราเจอ
- ทดสอบ Failover แบบที่รู้ผลจริง
- สิ่งที่ต่างออกไปในลาว
- แนะนำตามประเภทสถานที่
- เราทดสอบให้ดูต่อหน้า
วันที่รถขุดของงานก่อสร้างถนนขุดโดนสายไฟเบอร์หน้าสำนักงาน ทุกอย่างหยุด: อีเมล Microsoft 365 หรือ Google Workspace ระบบบัญชีบน Cloud การรับเงินผ่าน QR การประชุมออนไลน์กับลูกค้า ผู้ให้บริการบอกว่าจะมาแก้ "วันนี้" ในเวียงจันทน์อาจหมายถึงสองสามชั่วโมง ต่างแขวงบางครั้งหมายถึงสองสามวัน
สายขาด อุปกรณ์ของผู้ให้บริการเสีย ไฟดับที่ชุมสาย สิ่งเหล่านี้คุณควบคุมไม่ได้ สิ่งที่คุณควบคุมได้คือมีสายที่สองพร้อมใช้หรือไม่
สายเดียวทำให้เสียเวลาเท่าไรจริงๆ
คิดตัวเลขก่อนจะเถียงกันเรื่องงบ สายไฟเบอร์ที่ใช้งานได้ 99.5% ของเวลาฟังดูดี แต่ก็ยังแปลว่าเน็ตล่มราว 44 ชั่วโมงต่อปี และไม่ได้ล่มกระจายเท่าๆ กัน มันมาเป็นบ่ายวันหนึ่งในหน้าฝน กับอีกสองวันที่รอทีมซ่อมในต่างแขวง
เพิ่มสายที่สองที่ล่มด้วยสาเหตุต่างกันโดยสิ้นเชิง ใช้งานได้ 99.5% เท่ากัน โอกาสที่ทั้งสองสายล่มพร้อมกันจะลดเหลือราว 0.0025% หรือประมาณ 13 นาทีต่อปี ตัวเลขนี้จริงก็ต่อเมื่อสองสายแยกกันจริง ถ้าขึ้นเสาต้นเดียวกัน ตัวเลขก็กลับไปเท่ากับสายเดียวเหมือนเดิม
สามวิธีใช้สองวงจร
| รูปแบบ | การทำงาน | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| Active / Standby (Failover) | ใช้วงจรหลัก เมื่อล่มจึงสลับไปวงจรสำรอง | วงจรสำรอง 4G/5G หรือวงจรที่คิดเงินตามปริมาณ |
| Active / Active (Load Balancing) | กระจาย Session ไปทั้งสองวงจร | ไฟเบอร์สองวงจรความเร็วใกล้กัน |
| Policy-based / SD-WAN | เลือกวงจรตามแอปและคุณภาพที่วัดได้จริง | องค์กรที่มี VoIP วิดีโอ หรือหลายสาขา |
ความเข้าใจผิดที่เจอบ่อย: ไฟเบอร์ 100 Mbps สองวงจรไม่ได้ทำให้ดาวน์โหลดไฟล์เดียวได้ 200 Mbps Load Balancing แบบ Session กระจาย "การเชื่อมต่อ" ไปคนละวงจร คน 50 คนในสำนักงานจะได้ผลรวมดีขึ้น แต่ไฟล์ใหญ่ไฟล์เดียวยังวิ่งบนวงจรเดียว
สองวงจรที่ล่มพร้อมกัน ไม่ใช่สองวงจร
นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดในบทความ Redundancy ที่แท้จริงต้องต่างกันทุกชั้น:
- ผู้ให้บริการต่างราย ไม่ใช่สองแพ็กเกจจากบริษัทเดียวกัน
- เส้นทางสายต่างกัน ถามแต่ละรายว่าไฟเบอร์เข้าอาคารทางไหน ถ้าทำได้ให้เข้าคนละด้าน แล้วออกไปดูเสาเอง เราเห็นสอง "ผู้ให้บริการ" ที่สายขึ้นเสาต้นเดียวกันหน้าอาคารบ่อยมาก
- เทคโนโลยีต่างกัน ไฟเบอร์ + 4G/5G หรือไฟเบอร์ + Microwave ไม่มีทางขาดพร้อมกันจากรถขุดคันเดียว
- โครงข่ายต้นทางต่างกัน ถามว่าผู้ให้บริการทั้งสองเช่าโครงข่าย Backbone เส้นเดียวกันหรือไม่
สำหรับ 4G/5G สำรอง ให้เลือกเครือข่ายมือถือที่ไม่ใช่บริษัทเดียวกับไฟเบอร์หลัก
อุปกรณ์ที่ต้องมี
Firewall หรือ Router ที่มี WAN อย่างน้อย 2 พอร์ต และมี Health Check ที่ดี: Ping หรือ HTTP ไปปลายทางภายนอกหลายจุด ไม่ใช่แค่ Gateway ของผู้ให้บริการ สายอาจขาดไกลกว่า Gateway และถ้า Ping แค่ Gateway ระบบจะคิดว่าทุกอย่างปกติ
ถ้าใช้ 4G/5G: Router หรือโมเด็มเกรดธุรกิจ และเสาอากาศภายนอกถ้าสัญญาณในอาคารอ่อน พ็อกเก็ตไวไฟจากร้านมือถือที่ร้อนจัดแล้วรีบูตเองทุกสองชั่วโมง ไม่ใช่วงจรสำรอง
และ UPS: สำหรับ Firewall โมเด็ม/ONT ของทั้งสองวงจร และ Core Switch ONT มักถูกติดไว้ตรงที่ช่างผู้ให้บริการสะดวก ไม่ใช่ในตู้แร็ก และเสียบปลั๊กผนังธรรมดา ไฟกระพริบครั้งเดียว วงจรหลักก็ดับ
สายสำรองต้องใหญ่แค่ไหน? ตัวอย่างที่คิดให้ดู
สายสำรองไม่จำเป็นต้องเร็วเท่าสายหลัก มันแค่ต้องรับงานที่หยุดไม่ได้ สมมติสำนักงาน 40 คน ใช้ไฟเบอร์ 200 Mbps และมี 4G เป็นสายสำรอง:
| งานที่ต้องทำต่อได้ | ความต้องการโดยประมาณ |
|---|---|
| โทร VoIP พร้อมกัน 10 สาย (G.711 ราว 90 kbps ต่อสายต่อทิศทาง) | ราว 1 Mbps |
| ประชุมวิดีโอพร้อมกัน 2 ห้อง | 4–8 Mbps |
| อีเมล Microsoft 365 หรือ Google Workspace สำหรับ 40 คน (ใช้งานเบา) | 5–10 Mbps |
| บัญชีบน Cloud ระบบธนาคาร การรับเงิน QR | 1–2 Mbps |
| รวม | ราว 12–21 Mbps ขาลง 6–10 Mbps ขาขึ้น |
4G ระดับธุรกิจที่มีเสาอากาศภายนอกดีๆ ส่วนใหญ่รับไหว สิ่งที่รับไม่ไหวคือ OneDrive หรือ Google Drive ของทุกคนซิงก์พร้อมกัน บวก Windows Update และ YouTube จึงควรเขียนนโยบายโหมดสำรองไว้ใน Firewall เมื่อวิ่งบนสายสำรองให้จำกัดหรือบล็อก Update, File Sync และ Streaming แล้วให้เสียงโทรกับแอปธุรกิจไปก่อน
ระวังตัวเลขขาขึ้น การประชุมวิดีโอและการ Backup ขึ้น Cloud ใช้ขาขึ้นมาก และสายมือถือมักอ่อนขาขึ้นกว่าขาลงมาก ถ้ามี Backup ขึ้น Cloud ทุกคืน ให้หยุดไว้เมื่ออยู่บนสายสำรอง ไม่อย่างนั้นคืนเดียวอาจกินแพ็กเกจ 4G หมดทั้งเดือน
"อัตโนมัติ" เร็วแค่ไหน?
Failover ไม่ได้เกิดทันที Firewall ต้องตัดสินก่อนว่าสายหลักล่มแล้ว และค่า Health Check เป็นตัวกำหนดว่าใช้เวลานานเท่าไร:
| ค่า Health Check | เวลาก่อนประกาศว่าสายล่ม |
|---|---|
| ตรวจทุก 5 วินาที ล่มเมื่อพลาด 3 ครั้ง | ราว 15 วินาที |
| ตรวจทุก 1 วินาที ล่มเมื่อพลาด 5 ครั้ง | ราว 5 วินาที |
| ตรวจทุก 500 ms ล่มเมื่อพลาด 3 ครั้ง | ต่ำกว่า 2 วินาที (ระดับ SD-WAN) |
จากนั้น Session ต้องสร้างใหม่บน IP ใหม่ ในทางปฏิบัติ ผู้ใช้เว็บและอีเมลจะเห็นค้างไป 10–30 วินาที และสาย VoIP ที่กำลังคุยอยู่จะหลุด ต้องโทรใหม่ ตรวจถี่ขึ้นจับปัญหาได้เร็วขึ้น แต่อาจสลับไปมาบนสายที่ไม่นิ่ง จึงควรตั้ง เวลารอก่อน Failback สายหลักต้องดีต่อเนื่องหนึ่งถึงสองนาทีก่อนจะย้ายกลับ ถ้าไม่ตั้ง สายที่หลุดหนึ่งวินาทีทุกนาทีจะพาผู้ใช้ทั้งหมดเด้งไปมาทั้งวัน
เรื่องที่ต้องวางแผนเพิ่ม
IP สาธารณะและบริการขาเข้า ถ้ามี VPN สำหรับพนักงาน หรือเซิร์ฟเวอร์ที่เปิดให้ภายนอกเข้า เมื่อสลับวงจร IP สาธารณะก็เปลี่ยน ต้องวางแผน DNS (TTL สั้น หรือสอง Record) หรือตั้ง VPN ให้รองรับทั้งสอง IP
VPN สาขา สร้าง Tunnel ผ่านทั้งสองวงจร หรือใช้ SD-WAN
Session ที่เปิดอยู่ เมื่อ Failover การเชื่อมต่อที่เปิดอยู่จะหลุดและต้องต่อใหม่ เพราะ IP ต้นทางเปลี่ยน เป็นเรื่องปกติ บอกผู้ใช้ล่วงหน้าจะได้ไม่ตกใจ
IP ของตัวเองและ BGP องค์กรที่บริการขาเข้าต้องใช้ที่อยู่เดิมต่อหลัง Failover สามารถขอ Public IP Block และ AS Number ของตัวเอง แล้วประกาศผ่าน BGP ไปยังผู้ให้บริการทั้งสองราย จากนั้นภายนอกจะวิ่งตามเส้นทางที่ยังใช้ได้เอง แต่ต้องมี ISP ที่ให้บริการ BGP กับลูกค้า Router ที่รับ Route ได้ และคนที่เข้าใจมัน สำนักงานส่วนใหญ่ที่มีไม่ถึงสองสามร้อยคน ใช้ DNS กับ VPN ที่รับได้ทั้งสอง IP ก็พอ
ข้อผิดพลาดที่เราเจอ
- สองวงจรจากผู้ให้บริการเดียวกัน บนไฟเบอร์เส้นเดียวกัน
- Health Check ที่ Ping แค่ Gateway
- ซิม 4G สำรองเงินหมดหรือแพ็กเกจหมดอายุในวันที่ต้องใช้จริง ตั้งต่ออายุอัตโนมัติหรือใส่ไว้ในปฏิทิน
- ไม่มีการแจ้งเตือน เราเคยเห็นไซต์ที่วิ่งบน 4G สำรองเป็นสัปดาห์โดยไม่มีใครรู้ จนบิลมาหรือแพ็กเกจหมด
- ลืม UPS ของ ONT ที่อยู่คนละที่กับตู้
ทดสอบ Failover แบบที่รู้ผลจริง
การกด Disable บนหน้าจอไม่ใช่การทดสอบ สายขาดจริงไม่ได้เป็นแบบนั้น
- แจ้งผู้ใช้ล่วงหน้า และเลือกช่วงเวลาที่กระทบน้อย
- เปิดสาย VoIP ประชุมวิดีโอ และดาวน์โหลดไฟล์ใหญ่ค้างไว้ระหว่างทดสอบ
- ถอดสาย WAN หลักออกจริง แล้วจับเวลาจนอินเทอร์เน็ตกลับมา
- ตรวจว่า VPN สาขา อีเมล และระบบสำคัญกลับมาทำงาน
- ตรวจว่าการแจ้งเตือนไปถึงทีม IT
- เสียบสายกลับ และตรวจว่าระบบกลับไปใช้วงจรหลัก (Failback)
- บันทึกผล และปรับการตั้งค่าถ้าจำเป็น
ทำทุกไตรมาส การตั้งค่า Firewall เปลี่ยน ผู้ให้บริการเปลี่ยนอุปกรณ์ ซิมหมดอายุ ระบบสำรองที่ไม่เคยทดสอบ คือระบบสำรองที่คุณแค่หวังว่าจะทำงาน
สิ่งที่ต่างออกไปในลาว
- หน้าฝนคือฤดูสายล่ม ดินสไลด์และน้ำท่วมตัดเส้นทางไฟเบอร์ต่างแขวง และทีมซ่อมก็ไปถึงได้ไม่เร็วเสมอ ถ้าสาขานอกเวียงจันทน์พึ่งเส้นทางเดียว ให้คาดไว้ว่าจะล่มหลายวันสองสามครั้งต่อปี และวางแผนสายสำรองให้พอสำหรับหลายวัน ไม่ใช่สองสามนาที
- 5G ยังเป็นเรื่องของเวียงจันทน์เป็นส่วนใหญ่ เครือข่ายมือถือหลักมี 5G ในบางพื้นที่ของนครหลวง ในต่างแขวงส่วนใหญ่ให้วางแผนสำรองด้วย 4G และวัดสัญญาณตรงจุดที่จะวาง Router จริง ไม่ใช่ที่ลานจอดรถ
- ฟ้าผ่ามักมาหา ONT ตัวไฟเบอร์ไม่นำไฟกระชาก แต่อะแดปเตอร์ไฟของ ONT และสาย LAN ทองแดงที่วิ่งไปตู้นำได้ ให้ ONT ใช้ไฟจาก UPS พร้อมอุปกรณ์กันไฟกระชาก และเก็บอะแดปเตอร์สำรองไว้หน้างาน
- ทางเลือกดาวเทียมยังเปลี่ยนอยู่ บริการที่สั่งและใช้ได้ในลาวเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ก่อนวางแผนสำรองด้วยดาวเทียมให้พื้นที่ห่างไกล ให้ตรวจว่ามีขายจริงตอนที่สั่ง และวางแผนไฟกับการติดตั้งจานเหมือนอุปกรณ์กลางแจ้งอื่นๆ
- ขอเงื่อนไขการซ่อมเป็นลายลักษณ์อักษร ถามแต่ละ ISP ว่ารับประกันเวลาซ่อมเท่าไรสำหรับบริการประเภทของคุณ และเปลี่ยนไหมถ้าอยู่นอกเวียงจันทน์
แนะนำตามประเภทสถานที่
| สถานที่ | สิ่งที่เราแนะนำ |
|---|---|
| สำนักงานใหญ่ในเวียงจันทน์ | ไฟเบอร์สองวงจรจากสองผู้ให้บริการ Active/Active หรือ SD-WAN |
| สาขาต่างแขวง | ไฟเบอร์ + 4G/5G จากอีกผู้ให้บริการ แบบ Failover |
| เหมืองและพื้นที่ห่างไกล | Point-to-Point Wireless ไปยังจุดที่มีไฟเบอร์ หรืออินเทอร์เน็ตดาวเทียมเป็นทางสำรอง |
ทุกแบบ: ตั้งการแจ้งเตือนถึงทีม IT ทาง LINE, WhatsApp หรืออีเมล ทันทีที่วงจรใดวงจรหนึ่งล่ม
อยากรู้ว่าวงจรสำรองต้องเร็วแค่ไหนจึงจะให้งานสำคัญเดินต่อได้? ลองใช้ เครื่องมือคำนวณแบนด์วิดท์
เราทดสอบให้ดูต่อหน้า
ถ้าคุณมีสองวงจรอยู่แล้วแต่ไม่เคยทดสอบ นัดเราเข้าไปทดสอบ Failover แบบถอดสายจริงนอกเวลางาน คุณจะได้เห็นตัวเลขเวลาสลับ และรายการสิ่งที่ต้องแก้
- #internet
- #redundancy
- #dual isp
- #failover
- #load balancing
- #4g
- #5g